โรคที่มาจากน้ำท่วม

โรคน้ำกัดเท้าและผื่นคัน
               โรคน้ำกัดเท้า หรือ ฮ่องกงฟุต จะมีอาการคันจากเชื้อรา ที่มาจากการแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน จนทำให้ราร้ายตัวนี้เจริญเติบโตไปตามซอกนิ้วเท้า โดยเชื้อราจะทำให้ผิวหนังลอกเป็นขุย เกิดผื่นที่เท้า ผิวหนังที่เท้าเกิดพุพอง นิ้วเท้าหนา พบบ่อยที่ซอกนิ้ว แต่อาจลุกลามไปถึงฝ่าเท้าและเล็บได้   การรักษาและป้องกันทำได้โดยล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่ และเช็ดให้แห้ง ใส่ถุงเท้าที่สะอาดไม่เปียกชื้นและไม่ใส่รองเท้าคู่เดิมทุกวัน 

ไข้หวัด
               เกิดจากเชื้อไวรัสเข้าสู่จมูก และคอจะทำให้เยื่อจมูกบวมและแดง มีการหลั่งของเมือกออกมา  โดยผู้ที่เป็นไข้หวัดจะมีอาการจามและน้ำมูกไหลนำมาก่อน อ่อนเพลียปวดศีรษะเล็กน้อย แต่มักไม่ค่อยมีไข้ บางรายอาจมีอาการปวดหู เยื่อแก้วหูมีเลือดคั่ง โรคมักเป็นไม่เกิน 2-5 วัน มีการระบาดหนักในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากความชื้นต่ำ และอากาศเย็น ติดต่อได้จากน้ำลาย และเสมหะผู้ป่วย ให้พักและดื่มน้ำมากๆ สิ่งที่สำคัญในการป้องกัน คือ ดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงตลอดเวลา

โรคเครียดวิตกกังวล
                 โรคเครียดเป็นสิ่งที่คนเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ป้องกันไม่ให้ร่างกายอ่อนแอลงเพราะความ เครียดได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่าพึ่งสารอาหารใดสารอาหารหนึ่งเพื่อลดความ เครียด เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำ พยายามออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  และพักผ่อนให้เพียงพอ และรู้จักผ่อนคลาย

โรคตาแดง
                เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตาที่ติดเชื้อไวรัส ติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำตาของผู้ป่วยที่ติดมากับนิ้วมือและแพร่จากนิ้วมือมาติด อาการเกิดได้ภายใน 1-2 วัน  สามารถติดต่อได้ง่ายมาก โดยการคลุกคลีใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ป่วย ใช้เสื้อผ้าหรือสิ่งของร่วมกับผู้ป่วย และไม่รักษาความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะมือและใบหน้า ผู้ป่วยโรคตาแดงจะมีอาการตาแดง เคืองตา ตาขาวจะมีสีแดงเรื่อๆ น้ำตาไหล เจ็บตา มักมีขี้ตามากจากการติดเชื้อแบคทีเรียมาพร้อมกัน

                การป้องกันทำได้โดยล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดอยู่เสมอ  ไม่คลุกคลีใกล้ชิด  และหมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย สิ่งของเครื่องใช้เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนให้สะอาดอยู่เสมอ

โรคอุจจาระร่วง
                จะมีการถ่ายอุจจาระเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน หรือมูกปนเลือดหรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 1 ครั้งต่อวัน ทำให้ร่างกายขาดน้ำ และเกลือแร่ อาจทำให้ช็อคหมดสติ  โดยเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส  โปรโตซัว และ ปรสิตหนอน พยาธิ ที่มากับการรับประทานอาหาร และเครื่องดื่มที่ไม่สะอาด การไม่ล้างมือให้สะอาดก่อนการปรุงอาหารและภาชนะสกปรก   การรักษาเมื่อเริ่มมีอาการอุจจาระร่วงให้รีบผสมผงน้ำตาลเกลือแร่ดื่มทันที

                การป้องกันควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ไม่มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำสะอาด ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงหรือก่อนรับประทานอาหาร และควรถ่ายอุจจาระในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ

 โรคทั้งห้าโรคดังกล่าวนั้น เมื่อเกิดน้ำท่วมครั้งใด “มันจะมากับน้ำท่วม” ทุกที ดังนั้นในภาวะน้ำท่วม ผู้ประสบภัยต้องป้องกันให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจถูกมันทำร้ายได้

 

การเตรียมความพร้อมก่อนน้ำท่วม

การเตรียมความพร้อมก่อนน้ำท่วม

การรับมือสำหรับน้ำท่วมครั้งต่อไปควรปฏิบัติดังนี้                               

        1.  คาดคะเนความเสียหายที่จะเกิดกับทรัพย์สินของคุณเมื่อเกิดน้ำท่วม

        2.  ทำความคุ้นเคยกับระบบการเตือนภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขั้นตอนการอพยพ

        3. เรียนรู้เส้นทางการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดจากบ้านไปยังที่สูงหรือพื้นที่ปลอดภัย

        4. เตรียมเครื่องรับวิทยุแบบพกพา อุปกรณ์ทำอาหารฉุกเฉิน แหล่งอาหารและไฟฉาย รวมทั้งแบตเตอรี่สำรอง

        5. ผู้คนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยน้ำท่วม ควรจะเตรียมวัสดุ เช่น กระสอบทราย แผ่นพลาสติก ไม้แผ่น ตะปู กาวซิลิโคน เป็นต้น เพื่อใช้ป้องกันบ้านเรือน และทราบแหล่งทรายที่จะนำมาใช้

        6. นำรถยนต์และพาหนะไปเก็บไว้ในพื้นที่ซึ่งน้ำไม่ท่วมถึง

        7.  ปรึกษาและทำข้อตกลงกับบริษัทประกันภัยเกี่ยวกับการประกันความเสียหาย

        8.  บันทึกหมายเลขโทรศัพท์สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน และเก็บไว้ตามที่จำง่าย

        9.  รวบรวมของใช้จำเป็นและเสบียงอาหารที่ต้องการใช้ภายหลังน้ำท่วมไว้ในที่ปลอดภัยและสูงกว่าระดับที่คาดว่าน้ำจะท่วมถึง

        10.  ทำบันทึกรายการทรัพย์สินมีค่าทั้งหมด ถ่ายรูปหรือวีดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐาน       11.  เก็บบันทึกรายการทรัพย์สิน เอกสารสำคัญและของมีค่าอื่นๆ ในสถานที่ปลอดภัยห่างจากบ้านหรือห่างจากที่น้ำท่วมถึง เช่น ตู้เซฟที่ธนาคาร หรือไปรษณีย์

        12.  ทำแผนการรับมือน้ำท่วม และถ่ายเอกสารเก็บไว้ในที่สังเกตได้ง่าย  และติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมที่เมาะสมกับบ้านของคุณ

การรับมือน้ำท่วม

น้ำท่วมเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดได้ แต่สามารถหาวิธีลดความรุนแรงและบรรเทาผลกระทบและความสูญเสียที่จะเกิดได้ โดยมาตรการป้องกันความเสียหายและบริหารจัดการน้ำท่วม เป็นการพยายามเรียนรู้และเข้าใจในผลกระทบจากน้ำท่วมที่มีต่อชุมชน สังคม  เศรษฐกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณลุ่มน้ำและพื้นที่น้ำท่วมถึง  แนวทางการป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำท่วมประกอบไปด้วย มาตรการที่นำสิ่งก่อสร้างมาใช้ลดขนาดความรุนแรงของน้ำท่วม  เช่น  การปรับปรุงสภาพลำน้ำ  การใช้อ่างเก็บน้ำ เขื่อนและพนังกั้นน้ำ  เป็นต้น  นอกจากนั้นยังมีมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้างซึ่งประกอบไปด้วยมาตรการสำหรับการป้องกันความเสียหายและการบรรเทาทุกข์  เช่น  การวางผังเมือง  การพยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วม ซึ่งโดยทั่วไปควรใช้มาตรการทั้งสองอย่างร่วมกันเพื่อประสิทธิภาพในการบรรเทาภัยพิบัติที่ดียิ่งขึ้น

งานบรรเทาปัญหาน้ำท่วมจะทำการวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาโดยเลือกจากหนึ่งหรือหลายๆข้อในหัวข้อต่อไปนี้เพื่อใช้ลดความรุนแรงของเหตุการณ์น้ำท่วม

  1. การลดอัตราการไหลของน้ำโดยการใช้วิธีต่างๆเพื่อชะลอการไหลของน้ำ
  2. การควบคุมปริมาณการไหลโดยกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำหรือแหล่งเก็บกักน้ำเพื่อควบคุมปริมาณน้ำไม่ให้ไหลมากเกินไปโดยเฉพาะในช่วงน้ำท่วม
  3. การจำกัดเส้นทางการไหลของลำน้ำโดยการสร้างพนังกั้นน้ำหรือคลอง
  4. การปรับปรุงสภาพลำน้ำและสภาพการไหล  เช่น การสร้างทางระบายน้ำอ้อมตัวเมืองเพื่อลดระดับความสูงของน้ำในลำน้ำสายหลัก
  5. การระบายน้ำออกจากลำน้ำที่มีสภาพวิกฤต  เช่น  การใช้เครื่องสูบน้ำ

สำหรับการนำมาตรการใช้สิ่งก่อสร้างมาใช้  สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาคือการเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาวิธีใดวิธีหนึ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น  อาจเกิดผลกระทบกับสมดุลของแม่น้ำสายเดิมหรืออาจทำให้สภาพการเก็บกักน้ำในพื้นที่ของน้ำลดลงและทำให้อัตราการไหลมีค่าเพิ่มขึ้น  ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษาเพื่อหาวิธีอื่นมาใช้แก้ปัญหา  เช่น  การปรับปรุงลักษณะภูมิทัศน์ของลำน้ำหรือการปรับสภาพพื้นผิวลำคลองโดยดาดผิวด้วยวัสดุที่ช่วยลดความเร็วในการไหล 

ส่วนมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง  เป็นมาตรการที่ไม่ได้เน้นงานสิ่งปลูกสร้างถาวรโดยอาจมีสิ่งก่อสร้างชั่วคราว  เช่น  กำแพงกั้นน้ำ  กระสอบทราย เป็นต้น ดังนั้นจึงมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย การประเมินผลเพื่อตัดสินใจในการหาแนวทางแก้ปัญหาโดยใช้มาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้างเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร  เนื่องจากการกำหนดนโยบายบางอย่างอาจส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ  สังคมมากกว่ามาตรการใช้สิ่งก่อสร้าง  นอกจากนั้นยังต้องศึกษาให้คลอบคลุมเพื่อให้ถูกกฎหมายด้วย

มาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้างประกอบด้วยสองมาตรการ ได้แก่ มาตรการที่พยายามจะทำให้เกิดน้ำท่วมได้ยากขึ้น เช่น การจัดการใช้สอยที่ดิน การวางผังเมือง การควบคุมสิ่งปลูกสร้างและการขยายเมือง  การเวนคืนที่ดินและการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบริเวณทางน้ำท่วม  การปรับปรุงสภาพอ่างเก็บน้ำ  การเก็บกักและควบคุมปริมาณน้ำในพื้นที่ เป็นต้น และมาตรการลดผลกระทบจากน้ำท่วมช่วยให้ประชาชนได้รับความเสียหายและมีผลกระทบกับชีวิตประจำวันน้อยลงกว่าเดิม เช่น  การพยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วม  การให้ความรู้และข้อมูลสาธารณะ  การป้องกันน้ำท่วมสิ่งปลูกสร้าง  การอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย  แผนรับมือน้ำท่วม  แผนบรรเทาทุกข์  การประกันภัยน้ำท่วม  การปรับเปลี่ยนสภาพน้ำท่วม  เป็นต้น

แนวทางที่ดีในการป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วมควรใช้มาตรการหลายอย่างร่วมกัน  โดยมาตรการที่เลือกใช้มีทั้งมาตรการใช้สิ่งก่อสร้างและไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง  ประสิทธิภาพและความสำเร็จในการบรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วมขึ้นอยู่กับปัจจัยสองอย่างคือ การเข้าใจและยอมรับในการเกิดน้ำท่วมและการตอบสนองจากทั้งภาครัฐและภาคประชาชนในการดำเนินการตามแผนบริหารจัดการน้ำท่วม

 

ผลกระทบ

  พื้นที่โดยรอบกรุงเทพมหานคร ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ทั้งเจ้าของทรัพย์สิน สถาบันการเงินและผู้รับจำนองต่างก็เกรงว่าราคาทรัพย์สินทั้งที่ดินและอาคารจะมีมูลค่าลดลงหรือไม่
       
                       พนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ อาคารที่ถูกน้ำท่วมย่อมเสื่อมค่า ต้องได้รับการซ่อมแซม หรือมีมูลค่าลดลงหากไม่มีการซ่อมแซม ปรับปรุงให้มีสภาพดี
       
                       ทั้งนี้ ราคาที่ดินขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อ ถ้าความต้องการซื้อลดลง แต่ความต้องการขายเพิ่มขึ้นแต่ไม่มีคนซื้อ ก็จะทำให้ราคาหรือมูลค่าที่ดิน รวมถึงที่ดินพร้อมอาคารลดลง  อย่างไรก็ตาม ราคาทรัพย์สินจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับเจ้าของว่าต้องการขายและย้ายที่อยู่หรือไม่ ซึ่งสามารถแยกการวิเคราะห์ตามประเภททรัพย์สินได้ดังนี้
       
                   1. ทรัพย์สินเพื่อการพาณิชย์ เช่น อาคารพาณิชย์ ร้านค้า พื้นที่ทางการค้า พาณิชยกรรม จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะหากยังมีคนพักอาศัยในพื้นที่ ร้านค้า/อาคารพาณิชย์ต่างๆ จะยังสามารถทำการค้า เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ตามปรกติ ระดับราคาหรือมูลค่าของทรัพย์สินจะไม่ได้รับผลกระทบในเชิงลบมากนักหรืออาจจะไม่ได้รับผลกระทบเลย
       
                   2. ทรัพย์สินเพื่อการอุตสาหกรรม พื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม อาจจะได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากความต้องการซื้อที่ดินหรือที่ดินพร้อมอาคารโรงงานจะลดลง เพราะผู้ซื้อหรือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกรงว่าจะมีปัญหาน้ำท่วมอกี แต่ผลกระทบจะยังไม่มากนักหรืออาจจะยังไม่มีผลกระทบทันทีต่อโรงงานปัจจุบัน เพราะการย้ายโรงงานยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที โรงงานทั้งหมดจะต้องฟื้นฟูเพื่อเปิดดำเนินการผลิตสินค้า  ถ้าจะมีการขายหรือย้ายโรงงานต้องวางแผน เตรียมการสร้างโรงงานใหม่ซึ่งต้องใช้เวลามากกว่าปี
       
                   3. ทรัพย์สินเพื่อการอยู่อาศัย ประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ จะต้องพิจารณาก็คือ ความต้องการซื้อและความต้องการขาย สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้
       
                   3.1 ความต้องการขายบ้าน ในพื้นที่ที่น้ำท่วมจะมีมากหรือน้อย จะต้องพิจารณาในแต่ละพื้นที่ที่จะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างของผู้อยู่อาศัยในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากเขตที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และชานกรุงเทพมหานคร
       
                   3.2 พื้นที่พักอาศัยในเขตพื้นที่ย่านอุตสาหกรรมที่เจ้าของส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมย่อมได้รับผลกระทบน้อยมาก เนื่องจากเจ้าของส่วนใหญ่จะยังคงทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น การเสนอขายที่ดินจึงมีน้อยมาก ขณะที่ความต้องการจะยังคงอยู่เพราะประชากรในพื้นที่จะยังทำงานในพื้นที่และจะยังมีความต้องการที่พักอาศัยอยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
       
                   3.3 พื้นที่พักอาศัยที่เป็นที่พักของคนที่ทำงานในกรุงเทพแต่พักอาศัยอยู่ในเขตชานเมืองกรุงเทพฯหรือปริมณฑล อาจได้รับผลกระทบบ้าง เนื่องจากจะมีความต้องการขายเพื่อย้ายที่อยู่ เพราะไม่ต้องการพบกับปัญหาน้ำท่วมในอนาคต พื้นที่ดังกล่าว ถ้ามีการเสนอขายบ้านมากแต่ความสนใจซื้อมีน้อยกว่าความต้องการขายอย่างมาก ผลกระทบต่อราคาบ้านที่ลดลงก็จะมีมากตามปริมาณการเสนอขายในพื้นที่ เพราะความต้องการซื้อที่จะเข้ามาทดแทนอาจมีอยู่น้อย

หน่วยงานให้ความช่วยเหลือ

หน่วยงานให้ความช่วยเหลือน้ำท่วมและหมายเลขสอบถามข้อมูลน้ำท่วมต่าง ๆ


1. ศูนย์รับบริจาคสิ่งของโคราช

 
          - หากต้องการบริจาคสิ่งของ ให้ไปที่ศาลากลาง จังหวัดนครราชสีมานะคะ
 
          - ต้องการบริจาคเงิน ติดต่อได้ที่เบอร์โทร 044-259-996-8, 044-259-993-4 หรือโอนมาได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.นครราชสีมา” เลขบัญชี  301-0-86149-4
 
  2. ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จังหวัดนครราชสีมา
 
          - สามารถสอบถามและขอความช่วยเหลือได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 044-342652-4 และ 044-342570-7
 
  3. โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา
 
          - สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 086-251-2188 ตลอด 24 ชั่วโมง
 
          - ทางโรงพยาบาลมีความต้องการน้ำดื่มบรรจุขวด นมกล่อง และอาหารแห้ง รวมทั้งของใช้เบ็ดเตล็ดผู้ป่วย เช่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ผ้าอนามัย เป็นจำนวนมาก
 
          - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา” เลขที่บัญชี 301-3-40176-1
 
  4. กรมอุตุนิยมวิทยา
 
          - เว็บไซต์ tmd.go.th
 
          - สายด่วนกรมอุตุนิยมวิทยา โทร. 1182
 
          - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร (AM 1287 KHz) โทร. 02-383-9003-4, 02-399-4394
 
          - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.นครราชสีมา (FM 94.25 MHz)โทร. 044-255-252
 
          - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.พิษณุโลก (FM 104.25 MHz) โทร. 055-284-328-9
 
          - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ระยอง (FM 105.25 MHz) โทร. 038-655-075, 038-655-477
 
          - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ภูเก็ต (FM 107.25 MHz) โทร. 076-216-549
 
          - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ชุมพร (FM 94.25 MHz) โทร. 077-511-421
 
  5. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
 
          - เว็บไซต์ disaster.go.th
 
          - สายด่วนนิรภัย หมายเลขโทรศัพท์ 1784
 
          - ขบวนช่วยเหลือน้ำท่วมออกเรื่อย ๆ ขอรับบริจาคเน้นไปที่ น้ำ, ยาแก้ไข้, เสื้อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-241-7450-6 แผนที่คลิกที่นี่
 
  6. กรุงเทพมหานคร
 
          - สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อาคารศาลาว่าการกทม.1 (เสาชิงช้า), ศาลาว่าการกทม.2(ดินแดง) และที่สำนักงานเขตทุกแห่งทั่วกรุงเทพฯ 50 แห่ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-354-6858
 
  7. สภากาชาดไทย
 
          - สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-251-7853-6 , 02-251-7614-5 ต่อ 1603
 
          - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “สภากาชาด
ไทยช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” เลขที่บัญชี 045-3-04190-6 แล้วแฟ็กซ์ใบนำฝากพร้อมเขียนชื่อและที่อยู่มาที่ สำนักงาน
การคลัง สภากาชาดไทย ถึงหัวหน้าฝ่ายการเงิน หมายเลขโทรสาร 02-250-0120 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมาย
เลขโทรศัพท์ 02-256-4066-8
 
          - สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย 1871 ถนนอังรีดูนังต์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 หากมาจากถนนพระราม 4 ให้เลี้ยวตรงแยกอังรีดูนังต์ เมื่อเข้าสู่ถนนอังรีดูนังต์ให้ชิดซ้ายทันที เนื่องจากอยู่ต้นๆถนน (ทางด้านพระราม 4) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-251-7853-6 ต่อ 1603 หรือ 1102 หากเป็นวันหยุดราชการ ต่อ 1302 , 02-251-7614-5 หมายเลขโทรสาร 02-252-7976
 
          - สามารถลงทะเบียนร่วมเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้ที่ http://www.rtrc.in.th/ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์  02-251-7853-6 , 02-251-7614-5 ต่อ 1603 มาช่วยแพ็คชุดธารน้ำใจ  หรือช่วยขนพวกข้าวสารอาหารแห้งขึ้นรถบรรทุก แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่า ต้องการผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง และสามารถยกของหนักได้ (เพราะงานค่อนข้างหนัก และต้องยกของหนัก) เป็นผู้ชายก็จะดีมาก หากเราต้องการกำลังพล จะโทรศัพท์ไปติดต่อว่าจะสะดวกมาในวันที่เราแพ็คของหรือไม่ เป็นราย ๆ ไป
 
 

น้ำท่วมภาคกลางสู่คำทำนาย

น้ำท่วมภาคกลางเค้าลางสู่คำทำนาย

 

 

        เข้าสู่ปี พ.ศ2554 ตั้งแต่ต้นปี จนถึงปลายปี ยังคงมีฝนตกติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง สร้างความเสียหาย ตั้งแต่ภาคเหนือจรดใต้ของประเทศไทย  หายนะอุทกภัย เป็นฝันร้ายสำหรับชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัย  ที่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์หนักหนาสาหัสเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะชาวบ้านในแถบภาคกลาง หลายจังหวัด เช่น อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ยังคงเผชิญภาวะวิกฤติน้ำท่วม ที่กำลังรอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

 

        ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ หลายคนเกิดข้อสงสัย และตั้งคำถามว่า วัน “น้ำท่วมโลก” ตามที่มีการทำนายเอาไว้ จะเกิดขึ้นในไม่ช้าหรือไม่ หลังจากที่มีเหตุการณ์สึนามิ ทั้งในประเทศ ปี พ.ศ.2547ไทย และประเทศญี่ปุ่นในช่วงต้นปี 2554 คร่าชีวิตนับแสนคน เป็นบทเรียนหนึ่งของธรรมชาติ ที่กำลังจะบอกอะไรกับมนุษย์

 

        อย่างไรก็ตาม มนุษย์ไม่อาจคาดการณ์ได้แน่นอน 100% แต่ชาวโลกก็ตื่นตัวอยู่ไม่น้อย แม้ว่าเทคโนโลยีดาวเทียมจะสามารถทำนายสภาพภูมิอากาศในหลายพื้นที่บนโลก แต่นั่นก็เป็นเพียงการคาดการณ์ในเวลาไม่กี่วัน ยังไม่มีใครล่วงรู้ว่า ในอีก 10 ปี  20 ปี หรือ 100 ปี ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ยังคงเป็นปริศนา

 

        สภาพอากาศมีตัวแปรที่ซับซ้อนยากเกินคาดเดา จากสถิติของอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้นในทุกๆปี แม้ว่าจะเพิ่มเพียงน้อยนิด แต่ลักษณะกราฟยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นลางร้ายบอกให้เห็นว่า โลกของเรากำลังจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง เราไม่อาจหนีความเกรี้ยวกราดของธรรมชาตินี้ได้

 

 

โลกจะเกิดภัยพิบัติต่างๆ แผ่นดินไหว น้ำท่วม

โลกจะเกิดภัยพิบัติต่างๆ แผ่นดินไหว น้ำท่วม

 

        ในช่วง10 ปี ที่ผ่านมา มีการทำนาย จากหลายสำนักไปในทางเดียวกันก็คือ  โลกจะเกิดภัยพิบัติต่างๆ แผ่นดินไหว น้ำท่วม จะกลืนชีวิตมนุษย์ แม้แต่ในบางประเทศที่ไม่เคยเกิดมาก่อน หลายคนเชื่อขนาดที่ว่าขายบ้านและที่ดิน เพื่อย้ายไปอยู่ในแถบที่ราบสูงและภาคอีสาน

 

        แต่ดูเหมือนว่า สถานการณ์ที่เหมือนจะเป็นเรื่องขำขัน กลับกลายเป็นลางบอกเหตุที่เริ่มชัดเจนแล้วว่า ชาวบ้านในเขตภาคกลางกำลังประสบกับเหตุอุทกภัย น้ำท่วม โดยเฉพาะบางพื้นที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กลับท่วมสูงอย่างไม่ทันตั้งตัว ผนวกกับเหตุการณ์ร้ายแรงอย่าง แผ่นดินไหว ในหลายๆประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเฮติ พม่า นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่นนั้น สร้างความกังวลแก่ประชาชนมากขึ้น

 

        ก่อนหน้านี้ องค์การสหประชาชาติได้คาดการณ์ไว้ว่า อีก10-15 ปีข้างหน้านี้ ระดับน้ำทะเลจะเพิ่มสูงขึ้นถึง1-1.50 เมตร หลายเมืองอาจจมน้ำ ซึ่งกรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทย ก็เป็น1 ใน 21 เมืองจาก 33 ประเทศ ที่สถาบันเวิลด์ วอตช์ ออกมาระบุว่า จะจมน้ำภายในปี พ.ศ.2558

 

        ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ผู้ทำนายว่า กรุงเทพฯ จะจมใต้บาดาลในปี พ.ศ.2558  และ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้คิดค้นระบบการลงจอดยานอวกาศบนดาวอังคารร่วมกับองค์การนาซา ทำนายว่าโลกต้องเกิดภัยพิบัติครั้งมโหฬารในปี พ.ศ.2560

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในกรุงเทพฯ

  1. สายไหม
  2. คลองถนน
  3. อนุสาวรีย์
  4. จรเข้บัว
  5. ลาดพร้าว
  6. คลองจั่น
  7. ทุ่งสองห้อง
  8. หัวหมาก
  9. คลองกุ่ม
  10. สะพานสูง
  11. มีนบุรี
  12. คลองสองต้นนุ่น
  13. ลาดกระบัง
ที่มา: สำนักงานพัฒนาเทศโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

Update ล่าสุด ! ตอนนี้มีโอกาสท่วมอีก 27  ชุมชน ใน 13 เขต เนื่องจากเขื่อนภาคกลางล้น รับไม่ไหว ต้องปล่อยน้ำลงเจ้าพระยา ปริมาณสูงกว่า 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแล้ว (ปกติ 2,000 กว่าก็เยอะแล้ว)

  1. เขตบางซื่อ : ชุมชนพระราม 6 (ฝั่งติดแม่น้ำ) และชุมชนปากคลองบางเขนใหม่
  2. เขตดุสิต : ชุมชนเขียวไข่กา ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ (เชิงสะพานกรุงธน) ชุมชนซอยสีคาม (ซอยสามเสน 19) ชุมชนปลายซอยมิตรคาม (ซอยสามเสน 13) และชุมชนวัดเทวราชกุญชร (ถนนศรีอยุธยา)
  3. เขตพระนคร : ชุมชนท่าวัง ชุมชนท่าช้าง และชุมชนท่าเตียน
  4. เขตสัมพันธวงศ์ : ชุมชนวัดปทุมคงคา (ท่าน้ำสวัสดี) และชุมชนตลาดน้อย
  5. เขตบางคอแหลม : ชุมชนวัดบางโคล่นอก ชุมชนหน้าวัดอินทร์บรรจง ชุมชนซอยมาตานุสรณ์ และชุมชนหลังโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์
  6. เขตยานนาวา :ชุมชนโรงสี (ถนนพระราม 3)
  7. เขตคลองเตย : ชุมชนสวนไทรริมคลองพระโขนง
  8. เขตบางพลัด : ชุมชนวัดฉัตรแก้ว
  9. เขตบางกอกน้อย : ชุมชนสันติชนสงเคราะห์ ชุมชนปากคลองน้ำตาล-คลองพิณพาทย์ ชุมชนตรอกวังหลัง และชุมชนดุสิต-นิมิตรใหม่
  10. เขตธนบุรี : ชุมชนปากคลองบางกอกใหญ่
  11. เขตคลองสาน : ชุมชนเจริญนครซอย 29/2
  12. เขตราษฎร์บูรณะ : ชุมชนดาวคะนอง
  13. เขตทวีวัฒนา : ชุมชนวัดปรุณาวาส